วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

ประกาศ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติ

ภายหลังการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2559  นาย ธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. แถลงเวลา16.20 น. ว่า กกต.มีมติ ให้ออก ประกาศ กกต. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติฯ
โดยมีข้อกำหนดสิ่งที่ประชาชนทำได้ 6 ข้อ
และทำไม่ได้ 8 ข้อ



สิ่งที่ประชาชนทำได้ มีดังนี้

1.ศึกษาค้นคว้าข้อมูล เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและประเด็นเพิ่มเติมให้เข้าใจอย่างครบถ้วนจากเว็ปไซต์หรือสิ่งพิมพ์ หรือสื่ออิเลคทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแสดงความคิดเห็นของตน

2.แสดงความคิดเห็นโดยใช้ถ้อยคำที่สุภาพ

3..แสดงความคิดเห็นโดยใช้ข้อมูลที่มีความชัดเจนไม่กำกวมอันอาจทำให้บุคคลอื่นเห็นว่าเป็นการบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง

4.การนำเสนอหรืออ้างอิงงานวิจัยตามหลักวิชาการเพื่อประกอบการแสดงความคิดเห็นให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงบุคคลนั้น ควรตรวจสอบความถูกต้องและแสดงที่มาของงานวิจัยนั้นด้วย

5.การสัมภาษณ์่ผ่านสื่อเพื่อแสดงความคิดเห็นพร้อมเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งของตน

6.การนำเข้าข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นพร้อมแสดงเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งของตนในเว็ปไซต์และสื่ออิเลกทรอนิกส์หรือการส่งต่อข้อมูลดังกล่าวโดยไม่มีการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

ส่วนที่ทำไม่ได้ 8 ข้อ ประกอบด้วย



ท่านที่ประสงค์รายละเอียดในเว็ปไซต์ กกต. โปรดติดตามลิงค์ด้านล่างครับ

วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559

สร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน ก็ต้องสู้อย่างมีหลัก

การสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันต้องสู้อย่างมีหลักการ โดยต้องดำเนินกลยุทธ์ 12 ด้าน

 12 pillars of competitiveness:

1.Institutions (สถาบัน)

2.Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน)

3.Macroeconomic environment (บรรยากาศของเศรษฐกิจมหภาค)

4.Health and primary education (การสาธารณสุขและการศึกษาระดับพื้นฐาน)

5.Higher education and training (การอุดมศึกษาและการฝึกอบรม)

6.Goods market efficiency (สร้างประสิทธิภาพด้านการตลาดสินค้า)

 7.Labor market efficiency (ประสิทธิภาพของตลาดแรงงาน)

8.Financial market development (พัฒนาตลาดเงิน)

9.Technological readiness (ความพร้อมด้านเทคโนโลยี)

10.Market size (การพัฒนาขนาดของตลาด)

 11.Business sophistication (การสร้างความงดงามของธุรกิจ)

12.Innovation (การสร้างนวัตกรรมใหม่)


วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

รัฐธรรมนูญทีปรากฏกับการปรากฏของรัฐธรรมนูญ

ซัดต่อท่ออำนาจ
ปชป.บี้ข้อเสนอ ครม.
เปลี่ยนหลักการรัฐธรรมนูญ

"มีชัย"ยักท่า บอกมึน ไม่เข้าใจ
แปลไม่ออกข้อเสนอบังคับใช้ รธน. สองช่วง
สารภาพคิดไม่ออก เขียนรัฐธรรมนูญสนองบัญชา "นายกตู่" ขอจับเข่าเคลียร์ "วิษณุ"ถอดระหัสแปลความหมาย ต้องการรูปแบบไหน มือกฏหมายรัฐบาลปัดใบสั่งครม. ไม่ทำตามก็ได้ อ้างไม่ไว้ใจเหตุการณ์ ไม่ใช่นักการเมือง
"สุวพันธ์" ปัด คสช.ยื้อสงวนอำนาจไว้
"บิ๊กตู่" ตอกย้ำไม่ต้องการอยู่ต่อ ขำตลกดีถูกฟ้องข้อหายึดอำนาจ
"นิพิฏฐ์" ชัด เรื่องใหญ่มากเปลี่ยนหลักการรัฐธรรมนูญ ต้องยกร่างใหม่ เปิดถ้วยแทงฟันธง ต่อท่ออำนาจยาว 
พท.อัด ปชต.ครึ่งใบ ลากประเทศถึงทางตัน
"ปึ้ง" ฉะ ต่างประเทศมองทะลุเกมสืบทอดอำนาจ
"เหวง" เฉ่ง คสช.จ้องขึงยาว 20 ปี 
"สมพงษ์" เย้ย ดันรัฐบาลแห่งชาติยังดูเนียนกว่า "ปื๊ดเรือแป๊ะ" ขอเมตตาให้ ปธ. กรธ.โยนแปดทางเลือก ฉบับ "มีชัย-บวรศักดิ์-ลูกผสม" ปี 40 และ 50
น่าปลื้มใจที่ แม้จะกระแนะกระแหน่ แต่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันนี้ นอกจากโพสต์คำโปรยเชิงปฏิเสธถี่ยิบแล้ว ยังสละหน้าแปดครึ่งหน้าและหน้าเก้าอีกเต็มหน้า
 แถมด้วยร่ายยาวคำพูดท่านนายกรัฐมนตรีละเอียดยิบตบท้ายข่าวใหญ่ไว้ดังนี้ครับ
"วอนเริ่มนับหนึ่งหนุดทะเลาะ
ต้องเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเอกชน ราชการ นักการเมือง เอาประเทศชาติให้ได้ก่อนได้ไหม ขณะนี้อยู่ในระหว่างร่างกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป
ทุกคนไอ้นี่ก็ไม่เอาไอ้นั่นก็ไม่เอา แต่ปฏิรูปจะเอาห้ามทำนี่ทำโน่น อยากร่ำอยากรวย อยากสบายแต่ไม่ฟังกฏหมายเลย จะไปได้ยังไง ไม่เข้าใจ ช่วยกันหน่อยความขัดแย้งเรื่องกฏหมายทำยังไงจะน้อยที่สุด ไม่ใช่จะพอใจ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นไปไม่ได้ เรื่องอะไรที่ทะเลาะเบาะแว้งหยุดไว้ก่อนได้หรือไม่ถ้าปฏิรูปไม่ได้ ประชามติไปไม่ได้ เลือกตั้งไปไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร ใครจะต้องรับผิดชอบ"



วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การเดินทางท่องเที่ยวปีใหม่ไปอีสาน 2558-2559




สภาพถนนกรุงเทพ-ขอนแก่นทั้งสองช่วงคือช่วงพหลโยธินและมิตรภาพวันนี้อยู่ในเกณฑ์ดีมากครับ เพราะผิวจราจรเรียบร้อยสมบูรณ์เกือบ100% เครื่องหมายจราจร ทั้งแบบติดตั้งริมทาง แบบแถบสีบนผิวจราจร และเส้นสายบนไหล่ทางก็ชัดเจน สภาพเครื่องหมายส่วนใหญ่ค่อนข้างใหม่อีกด้วย
สภาพถนนขาขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 มีช่วงที่กำลังมีการเก็บงานผิวจราจรและตีเส้นนิดหน่อยที่บริเวณโรงงานปูนซีเมนต์เลยค่ายเพชรรัตน์มุ่งหน้านครราชสีมา (ณ วันนี้น่าจะแล้วเสร็จแล้ว)

สำหรับขาล่องนั้น สภาพผิวจราจรสมบูรณ์ดีเกือบ 100% ตลอดเส้นทาง ขณะนี้ ไม่มีการก่อสร้าง ยกเว้นมีงานวางท่อก๊าซริมถนนและกลางถนนเล็กน้อยบริเวณใกล้หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก 
จุดล่อแหลมที่ผ่านมาอยู่ที่ช่วงบ้านไผ่ -โนนศิลา- อำเภอพล เพราะงานตีเส้นแบ่งถนนบางช่วงบางตอนยังไม่แล้วเสร็จ วิ่งรถกลางคืนน่ากลัวเกิดอันตรายเพราะยังไม่มีเครื่องสังเกตกึ่งกลางและขอบถนน กับบางจุดมีแผงกั้นสีส้มวางตามไหล่ทางด้านขวา น่ากลัวเกิดอันตรายโดยเฉพาะเวลาแซงและตีคู่กันมาทั้งสองเลน

(เมื่อคืนนี้วันที่ 24 ธันวาคม เวลาราวๆสามทุ่มเศษมีรถบรรทุกคันหนึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่ร่องกลางถนน แม้จะมีเครื่องสังเกตสีส้มมาวางไว้แล้ว แต่ระยะที่วางค่อนข้างกระชั้นชิดไปนิดจนทำให้รถตู้คันหนึ่งต้องหลบซ้ายกระทันหันอย่างวูบวาบน่าเสียวไส้ เล่นเอาเราที่วิ่งตามหลังต้องเบรคตัวโก่ง ดีว่ารถที่ตามมาขับดีไม่เผลอปล่อยมาชนท้ายเอา)

จากการสังเกตของผมพบว่า มีผู้ใช้รถใช้ถนนบางรายยังวาดลวดลายขับรถเร็วปาดหน้าเพื่อนร่วมทางในที่คับขันโชว์ฝีมือว่าข้าแน่มากอยู่ แต่อย่างไรก็ตามพบว่าโดยรวมแล้วผู้ขับรถมีมรรยาทดีมากครับ ที่ขอนแก่นผมพบคนขับรถท่านหนึ่งมีน้ำใจเป็นเลิศ จนผมรู้สึกอยากลงจากรถไปหอมแก้มขอบคุณก่อนออกเดินทางต่อไป)

มีข้อสังเกตฝากถึงกรมทางหลวงอยู่ข้อเดียว คือผิวจราจรบนยอดเขา 3 จุด คือตรงการประปาสีคิ้ว (มอจะบก) ขาออก ตรงหน้าทัณฑสถานหญิงโคราชขาเข้า และตรงสำนักงานหมวดการทางก่อนถึงลำตะคอง (ขาออก) สามจุดนี้ผิวจราจรขุขระทั้งปี ทั้งๆที่มีการซ่อมทั้งปีเหมือนกัน



ผมสงสัย ผมคิดว่าน่าจะต้องมีการทำรีเสริชแอนด์ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ R & D เรื่อง การปรับปรุงประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงจุดวิกฤตทั้งปีบนถนนมิตรภาพช่วงบนยอดเขาใหญ่ (เสียแว้ว)

ผมขอให้ท่านที่เดินทางจงปลอดภัยและมีความสุขในการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 2559 ครับ

หมายเหตุ: ขาล่องมีด่านตรวจตรงมวกเหล็กนะครับ
ท่านที่ขับอย่างเร็วลงมอมาจากกลางดงโปรดชะลอความเร็ว ด้วยนะครับ !!!

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การปกครองภาคอีสานในภาษาพื้นเมือง(ผญา)

ท่านผู้อ่านที่รักครับ
ผมเคยกล่าวถึงการปกครองภาคอีสานโดยเฉพาะการปกครองของจังหวัดกาฬสินธุ์ในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และสมัยเศรษฐกิจตกต่ำ ในโพสต์ภาคภาษาอังกฤษ มาแล้ว ชื่อ Kalasin is not far from Mekong River หัวข้อว่า  Modern Kalasin was established in 1947.


วันนี้ ผมมาพบเว็บไซต์ที่มีการกล่าวถึงการแบ่งเขตการปกครองของไทยในช่วงเวลาดังกล่าวอีก แต่โพสต์นี้เป็นบทกวีอีสานที่เรียกว่า ผญา หรือ "ปัญญา" บทกวีนี้กล่าวถึงการแบ่งเขตการปกครองภาคอีสานออกเป็นมณฑล เช่น ลาวพวน ลาวกาว ฯลฯ ผมเห็นส่าเป็นข้อเขียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจน่าศึกษา จึงขอนำเสนอเรื่องนี้ในบล็อกของผม เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกันครับ

ขอเชิญทุกื่านที่สนใจโปรดตามลิงค์ไปดูได้เลยครับ



พบกันใหม่ในโพสต์ต่อไป
สวัสดีครับ

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อตัมมยตา มีได้ในทุกสาขาอาชีพ

การมองเห็นธรรมในธรรมนั้น ท่านพุทธทาสให้หลักปฏบัติเอาไว้
เรียกว่า หลักปฏิบัติธัมมานุปัสนาสติปัฏฐาน เริ่มต้นด้วย

หนึ่ง อนิจจานุปัสสี แปลว่า พิจารณาโดยความเป็นของไม่เที่ยง คือมีปกติตามเห็นซึ่งความไม่เที่ยงอยู่ หายใจเข้า หายใจออก กล่าวอย่างง่ายก็คือ ความไม่เที่ยงเป็นจุดตั้งต้น เห็นความไม่เที่ยง มันเป็นการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การที่ต้องผูกพันอยู่กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานี้ มันก็เป็นทุกข์  เป็นลักษณะที่สองต่อไป คือ


สอง ความทุกข์ ทุกขตา

ทั้งความทุกข์และความไม่เที่ยงนี้ไม่มีอะไรที่จะต้านทานได้ นี้คือ ความเป็นอนัตตา เห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

สาม อนัตตา

และเมื่อเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้วก็ย่อมจะเห็นธัมมัฏฐิตตตา

สี่ ธัมมัฏฐิตตตา คือความตั้งอยู่ตามธรรมชาติธรรมดา ความตั้งอยู่ตามธรรมดาของธรรมชาติ เห็นความที่เป็นไปตามกฏธรรมดา

จากนั้นก็เห็นลงลึกลงไปอีกว่า โอ้...มันมีกฏบังคับอยู่อย่างนั้น เรียกว่า ธัมมนิยามตา โดยกฏบังคับของธัมมนิยาม ความเป็นกฏธรรมชาติที่มันเป็นอย่างนั้น เห็นชัดอย่างนี้ เรียกว่า ธัมมนิยามตา

ห้า ธัมมนิยามตา ดูๆไปก็ยิ่งเห็นว่ามันมีกฏบังคับอยู่ โอ...มันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิจ คือ มีเหตุให้เกิดผล แล้วผลกลายเป็นเหตุให้เกิดผล ผลกลายเป็นเหตุแล้วก็ให้เกิดผล ผลกลายเป็นเหตุแล้วก็ให้เกิดผล ไม่มีที่สิ้นสุด เหลือจะกำหนดนับ นี้เรียกว่าอิทัปปัจจยตา ความที่เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย


หก อิทัปปัจจยตา ความที่ต้องเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิจ นี่คือเห็นอิทัปปัจจจยตา

แล้วจากอิทัปปัจจยตานี้ ดูต่อไปก็จะเห็นว่าโอ้ว่างจากอัตตา ว่างจากความหมายแห่งตัวตน ไม่มีส่วนใดที่ควรจะยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตน นี้เรียกว่าเห็นสุญญตา

เจ็ด เห็นสุญญตา เมื่อเห็นสุญญตาไปถึงที่สุดก็เห็นตถาตา


แปด เห็นตถาตา ว่าโอ้ เป็นเช่นนั้นเอง เป็นเช่นนั้นเอง เห็นตถาตาถึงที่สุดแล้ว โอ้...ก็รู้สึกว่าอาศัยมันไม่ได้อีกแล้ว จะผูกพันกับมันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จะยึดมั่นถือมั่นต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เลิกกันที พอกันที นี้ก็เรียกว่า อตัมมยตา


เก้า อตัมมยตา แปลว่าพอกันที ในการที่จะูกพัน ยึดมั่น อาศัยปรุงแต่งกันอย่างที่แล้วมานี้ พอกันที พอกันที(กูไม่เอากับมึงอีกต่อไปแล้ว


(First and foremost is that all things have "impermanence" as the establishing point of their existences.We can see that all things and phenomena keep changing all the time.The second is that suffering is bound to arise because of the adherence to things which keep changing.Nothing can withstand the forever changing nature of all things and phenomena as well as the suffering resulted from it.Amidst the impermanent character of all things and events, we can see and realize their state of not being or having a self (or anatta).We can well discern the impermanence and suffering of life and the having no-self characteristic of all real things which keep changing according to factors. Because we have to live and put up with "aniccam", so we suffer.There is nothing, not self, to stop impermanence and suffering.Hence, we see the way things are: impermanent, source of suffering and not possessing a "self").


ทั้งหมดนี้ท่านพุทธทาส เรียกขานขนานนาม ว่า "แม่แก้วตา - แม่ 9 ตา"

ส่วนวิธีปฏิบัติเพื่อให้พอกันทีได้นั้น จะทำอย่างไรกันก็ลองติดตามฟังท่านพุทธทาสเทศน์ดูนะครับ
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ