วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

การจัดอันดับความเป็นเลิศในสายตามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

การเป็นมหาวิทยาลัยในชนบทที่มาจากการผนวกมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกาฬสินธุ์  มหาวิทยาลัยใหม่แห่งนี้จึงมีความเก่าแก่ไม่น้อยไปกว่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัยราชภัฏอื่นๆ ซึ่งมีความเป็นมายาวนานไม่น้อยเลย!

มหาวิทยาลัยกาฬสินธ์ุวางตำแหน่งของตนเองแบบใดกันแน่? 
การตอบคำถามข้อนี้คงเริ่มต้นจากการมองดูที่ตัวเอง
ดูจุดแข็งของเรา จุดอ่อนของเรา
ดูโอกาสของเรา และดูภัยที่คุกคามเรา
ดูจากข้างนอกด้วย จากนั้นจึงโอปนยิโก ดูแล้วน้อมเข้ามาดูตัวเอง

ในส่วนการดูข้างนอกนั้น วันนี้ผมใคร่ขอชักชวนให้ท่านผู้อ่านดูที่การจัดอันดับความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นดูมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกแห่งหนึ่ง คือ มหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด (Harvard University) ว่าเมื่อหาวิทยาลัยแห่งนี้เขาเห็นผลการจัดอันดับแล้ว เขามีความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตนเองอย่างไร เขาโอปนยิโกแบบใด? ลองอ่านภาษาอังกฤษก่อนแล้วค่อยไปอ่านภาษาไทยครับ

University rankings

University rankings
National
ARWU[105]1
Forbes[106]6
U.S. News & World Report[107]2
Washington Monthly[108]8
Global
ARWU[109]1
QS[110]2
Times[111]6
Many university rankings have highly ranked Harvard. In particular, it has consistently topped the Academic Ranking of World Universities (ARWU) since 2003, and THE World Reputation Rankings since 2011, when the first time such league tables were published.[112][113] When the QS and Times appeared in partnership as the THE-QS World University Rankings during 2004-2009, Harvard had also been regarded the first in every year.[114]The University's undergraduate program has been continuous among the top two in the U.S. News & World Report.[107] In 2014, Harvard topped the University Ranking by Academic Performance(URAP).[115] It was ranked 8th in the 2013-2014 PayScale College Salary Report[116] and 14th on the 2013 PayScale College Education Value Rankings.[117] From a poll done by The Princeton Review, Harvard is the second most commonly named "dream college", both for students and parents in 2013,[118] and was the first nominated by parents in 2009.[119] In 2011, the Mines ParisTech: Professional Ranking World Universities ranked Harvard 1st university in the world regarding some alumni holding CEO position in Fortune Global 500 companies.
ประการแรก เขาบอกว่าสถาบันจัดอันดับหลายแห่งยกให้เขาเป็นอันดับต้นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ARWU จัดให้ Harvard อยู่ที่อันดับหนึ่งมาตั้งแต่ปี2003
ประการที่สอง The World Reputation Rankings จัดให้ Harvard อยู่อันดับหนึ่งเรื่อยมา ตั้งแต่ปี 2011 อันเป็นปีแรกที่สถาบันนี้เริ่มต้นทำการจัดอันดับมหาวิทยาลัย
ประการทีสาม The QS-World University Rankings (ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง QS กับ Times ในช่วงปี 2004-2009) สถาบันนี้ก็จัดให้ Harvard อยู่ในอันดับที่หนึ่งตั้งแต่ปีแรกและติดต่อกันมาทุกๆปี
ประการทีสี่ โปรแกรมปริญญาตรีและต่ำกว่าก็ได้รับตำแหน่งที่สองต่อเนื่องมาตลอดในการจัดอันดับของ The U.S.News & World Report 
ประการที่ห้า ในปี 2014 Harvard  เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งในเชิงขีดความสามารถด้านวิชาการ (University Ranking by Academic Performance-URAP)
ประการที่หก Harvard อยู่ในอันดับที่แปดในเรื่อง ระดับเงินเดือนของพนักงานเจ้าหน้าที่ (College Sallary Report)ในปี 2013-2014 และอยู่อันดับที่ 14 ของ PayScale College Education Value Rankingsในปี 2014
ประการที่เจ็ด ผลการสำรวจในปี 2013 ของ The Princeton Review พบว่า Harvard เป็น Dream College ในอันดับที่สองของทั้งนักศึกษาและความนิยมของผู้ปกครอง 
และเป็นอันดับหนึ่งในสายตาของผู้ปกครองในปี 2009
ประการสุดท้าย ในปี 2011 The Mines Paris Tech: Professional Raking World Universities จัดให้ Harvard เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่หนึ่งที่มีศิษย์เก่าดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัท ชั้นนำ 500 บริษัทจากการจัดอันดับของ Fortune Global 500.
จากแปดตัวชี้วัดนี้ ท่านจะเห็นได้ว่าเมื่อมหาวิทยาลัย Harvard เขาส่องกระจกแล้วเขามองเห็นภาพตัวเองมีจุดเด่นอย่างไรบ้าง แต่ละภาพมีลักษณะอย่างไร ตรงนี้มีความสำคัญ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผมขอชี้ให้ท่านสังเกตก็คือ สังคมโดยเฉพาะสื่อมวลชนและแวดวงวิชาการจำนวนมากขึ้นได้หันมาให้ความสนใจการบริหารการจัดการคุณภาพของมหาวิทยาลัยมากยิ่งขึ้น


และจากกระแสของสากลที่เป็นเช่นนี้ ผมก็มีความเชื่อว่ากระแสความสนใจคุณภาพมหาวิทยาลัยไทยก็จะเชี่ยวกรากยิ่งขึ้นเช่นกันครับ!!!

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย

วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยใดๆ จะมีการระบุไว้ในพระราชบัญญัติแห่งมหาวิทยาลัยนั้นๆครับ
ยกตัวอย่างเช่น มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ.2558 บัญญัติวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยไว้ 6 ประการดังนี้ ครับ

ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันทางวิชาการที่ให้ความรู้และความชํานาญในการปฏิบัติ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์

1) เพื่อให้การศึกษาและส่งเสริมงานวิจัยเพื่อสร้าง และพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี (Providing education and promote research activities to build and develop knowledge and technology) 

 2)ให้บริการทางวิชาการแก่ท้องถิ่นและสังคม (Providing technical services to local community and society as a whole)

 3) ให้โอกาสทางการศึกษา แก่ประชาชน (Providing the general public with educational opportunities)

4) ทะนุบํารุงศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬา (Restoring and supporting religions, arts, cultures  and sports)

5) สนับสนุนกิจกรรมของรัฐและท้องถิ่น และ (Promoting state activities and local government operations)

6) มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Taking active part in community development and environmental conservation)

ท่านที่สนใจรายละเอียดของพระราชบัญญัติโปรดติดตามลิงค์ต่อไปนี้ครับ



อำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย

อำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยนั้นมีมากถึง 19 ข้อครับ
เท่าที่ผมทำการศึกษากฏหมายดูพบว่า มาตรา ๑๙ ของพระราชบัญัติมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2558 บัญญัติว่า
"สภามหาวิทยาลัยมีอํานาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย 
อํานาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง 
() วางนโยบายและแนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัยเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
() ออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศมหาวิทยาลัย เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของ มหาวิทยาลัย และอาจมอบหมายให้ส่วนราชการใดในมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศ สําหรับส่วนราชการนั้นได้
ฯลฯ
(๑๘) พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยตามที่อธิการบดีเสนอ และอาจ มอบหมายให้อธิการบดีปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยได้
(๑๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ "

จากอำนาจหน้าที่ทั้ง 19 ข้อนี้ กล่าวได้ว่าสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ (Authority or duty and responsibility ) ควบคุมดูแล (control and supervise) กิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย ซึ่งผมขอจำแนกอำนาจหน้าที่ตามหลักการบริหารแบบง่ายๆตามตัวอักษรย่อ PA-POSDCORB ดังต่อไปนี้นะครับท่าน

1) อำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและแนวทางในการพัฒนา (policy formulation and development planning) อำนาจหน้าที่ข้อนี้เป็นเรื่อง Policy and development planning เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย (ตามมาตรา 6)

2) การออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศ (directing)ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น รวมทั้งอาจมอบอำนาจให้ส่วนราชการใดเป็นผู้ออกระเบียบ ข้อบังคับหรือประกาศนั้นก็ได้ อำนาจหน้าที่ข้อนี้เป็นการขับเคลื่อนนโยบายคือหาทางให้การปฏิบัติตามนโยบายเป็นไปได้อย่างราบรื่นนั่นเอง (Policy Implementation)

3) การจัดองค์กร (organization)ของมหาวิทยาลัย กล่าวคือจะจัดองค์กรใหม่อย่างไรหรือไม่ หรือที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเหมาะสมแก่ภารกิจแล้ว

4) การพิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตร (curriculum design and approval taking into consideration standards set up by the Council for Higher Education-directing) ในทางวิชาการเราพบว่าคณะต่างๆของแต่ละมหาวิทยาลัยมีสาขาวิชาหลายสาขา แต่ละสาขาต่างก็มีหลักสูตร และแต่ละหลักสูตรมีเนื้อหา สาระอย่างไร มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคมการเมืองในปัจจุบันหรือไม่อย่างไร สิ่งเหล่านี้สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ

5) พิจารณาอนุมัติการรับหน่วยงานการศึกษาอื่นเข้ามารวมกับมหาวิทยาลัยของตน (Power to approve the merging of other institutions with Kalasin University-coordinating and directing)

6) การอนุมัติการทำวิจัยหรือร่วมปฏิบัติการทางวิชาการใดๆกับมหาวิทยาลัยอื่น รวมทั้งการยกเลิกการร่วมปฏิบัติงานดังกล่าวด้วย (Approval of coordinated projects with other institutions-coordinating and directing)

7) อนุมัติปริญญาระดับต่างๆ(Approval of various categories of diploma and certificates-directing)

8)พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งและพิจารณาถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี ศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ (Staffing)

9) แต่งตั้งและถอดถอนรองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ(Staffing)

10) แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการคณบดีผู้อำนวยการและหัวหน้าส่วนราชการ(Staffing)

11) การกำกับมาตรฐานการศึกษาและประกันคุณภาพการศึกษาภายในมหาวิทยาลัย (Controlling of educational standard and quality assurance - controlling and reporting)

12) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยและอธิการบดี (Follow up and evaluate University and Rector performance-controlling and reporting)

13) การออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารการคลัง การจัดหารายได้และ (Issuing of financial, administrative rules and regulations, the obtaining of income and amenities from University property-budgeting)

14) การออกข้อบังคับและระเบียบเพื่อระดมทุนและทรัพยากร (Issuing of standards and regulations concerning fund raising and resources utilization including the setting up and the management of such funds for the development of community education-directing)

15) การอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณจากรายได้ของมหาวิทยาลัย (Approval of expenditures from the university incomes in the annual budget).

16) พิจารณาดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยตามกฎหมาย
ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและตามที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษามอบหมาย (Take actions on personnel administration of the school staffers according to the authorities that the council for higher education assigns to the University council-staffing)

17) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็น ในเรื่องหนึ่งเรื่องใด หรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหน่ึงอย่างใดอันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย (Appointments of a committee,sub-committee or a person to carry out a study and propose viewpoints on a particular issue or a sign such the body with a task pertaining to the council to complete in the name of the board -directing)

18) พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยตามที่อธิการบดีเสนอ และอาจมอบหมายให้อธิการบดีปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยได้ (To review and give recommendations on university activities proposed by the Rector and delegate authority to the Rector to carry out a particular activity under the duty and responsibility of the council -directing)

19) หน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ "
 (Other duties related to university affairs which do not belong to a certain body-miscellaneous).
จากการจัดกลุ่มอำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยฯตามหลักการบริหารแบบกว้างๆเช่นนี้
ก็จะทำให้เรามองเห็นว่าสภามีหน้าที่บริหารด้านใดบ้าง
ส่วนการใช้เทคนิคการบริหารให้มีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยก็เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องดำเนินการตามหลักการบริหารและเทคนิครวมทั้งเครื่องมือการบริหาร(tools)สมัยใหม่ต่อไปครับ

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

5 สิ่งที่เป็นเครื่องกางกั้นสติปัญญา (นิวรณ์ 5)

นิวรณ์ 5 คือ สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้สติปัญญาอย่างมีคุณภาพ เป็นสิ่งที่กางกั้นความสำเร็จ มี 5 อย่าง คือ
1.กามฉันทะ ความพอใจในกาม หมกมุ่นในกาม เราไม่ต้องอธิบายก็ได้ว่ามันกีดขวางการใช้ความสามารถและสติปัญญาได้อย่างไร
2.พยาบาท ความผูกใจเจ็บอาฆาตพยาบาทส่งผลให้การใช้สติปัญญาน้อมไปในทางตรงกันข้ามกับความเจริญงอกงาม เป็นการใช้วิชาความสามารถในทางเสื่อมเสีย หรือทำลายล้างมากกว่าในทางสร้างสรรค์
3.ถีนะมิทธะ ความง่วงเหงาหาวนอน ความเซื่องซึม ขาดความกระปรี้กระเป่า ขาดความกระตือรือร้น
4.อุทธัจจะกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน เพ้อเจ้อ เป็นเครื่องปิดกั้นมิให้เข้าถึงความดี ปิดกั้นทิให้เข้าถึงสติปัญญา ไม่สามารถพุ่งตรงไปที่เป้าหมาย
5.วิจิกิจฉา ความลังเล สงสัย ทำให้ขาดศรัทธา ไม่มีการตัดสินใจ ไม่สามารถลงมือทำ ไม่มีการ take action ไม่ทำงานเชิงรุก ไม่ proactive ในกิจการงานที่รับผิดชอบ

Mangala, A Discourse on Blessings :Chanting is a way of Meditation Practice

Our morning meditation began with chanting the Mangala Sutta. It is one of the techniques to gain a state of mindfulness.The principle consists of 38 necessary habits to learn and apply in daily life to receive blessings in our business and family endeavour. Phra Arjan Sawang Kalayano from Sisaket Province, who is the project leader, smartly led the chanting. 
The following website gives you the Mangala  Sutta.
http://www.arrowriver.ca/dhamma/bless.html
After the chanting, we proceeded to a walking meditation on the route in front of the Centre as far the same distance as we took yesterday. But, in this morning, pieces of stone on the road are sharper than yesterday because of last night rain.
The monk spoke less as usual. Because he, most of the times, emphasised the action. He told us to begin the practice called " Jong krom" or walking meditation and led us to walk slowly on our routine path which is about a kilometre and back to the centre. Finally, he told us to stop and stand still for a while. Standing in front of the Centre building this morning
I was more relaxed and more peaceful than how I felt in yesterday practice. I felt the time today moved faster than yesterday. 


While we were practising our walking meditation, I heard noise from the bird that has come to follow us every morning since our first jong krom lesson, praised us in his language.The flying animal said, "Patibat Dee Laew, Patibat Dee Laew...!!!"
At the end of the session, Phra Arjan told us the right action of making a better gesture of a "wai" (ไหว้) to give thanks to the fundamental principle of the meditation before ending the morning practice. "Raise both index fingers to touch your forehead right between your eyebrows and the gesture will be a right one".

This morning we practised how to behave yourself, how to cultivate good actions - the mindful actions.
In short,we have practised many aspects of Mangala sutta.