Google+ Followers

วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560

To register the underprivileged from 3 April to 15 May

Maj-Gen Sansern Kaewkamnerd

informs the public that Payuth Chan-o-cha's government is to begin tomorrow its second round of the underprivileged registration to enable the poor to receive public support from relevant  public agencies. The new round of this important registration is for both group of people who had already registered their status last time, and the group of new comers who have qualified for the registration.The process that aims at the extending the reach of the poor will allow the government to improve its data base on the poor and improve its attempt to bridge the gap between the privileged and the underprivileged in the country.

The most important qualifications for the target group are as follows:

1) โดยต้องมีสัญชาติไทย

 (Must have Thai nationality),

2) อายุ 18 ปีขึ้นไป
 
(Age over 18 years old),

3) เป็นผู้ว่างงานหรือ

(Being an unemployed),

4) มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทในปี 59 

(Has income not over 100,000 Baht in 2016),

5)ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน

 (Do not have any financial property),

6) หรือไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย 

(Do not own any permanent property under related laws),

7) หรือหากมีบ้านพักอาศัยต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตร.ว. ห้องชุดไม่เกิน 35 ตร.ม.

(In case of being an owner of a residence, it must not have the area over 25 squar wa, and not over 35 square meters, incase of a room in a condominium),

 8) หรือมีที่ดินเพื่อการเกษตรไม่เกิน 10 ไร่ หรือที่ดินอื่นที่ไม่ใช่การเกษตร ไม่เกิน 1 ไร่"

(Own an agricultural piece of land that is not over 10 rai, or have a piece of land that is not for agricultural purpose not over one rai).

The general, moreover, explains that when the registration process is completed the ministry of finance, later on in June 2017, will issue ID cards for those who pass the official scrutiny.The end result  of this policy, after its implementation, will be a better access by the poor, to fundamental social and economic services from relevant public agencies.

For more information please follow this link.

วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยดีเด่น 2016-2017

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยในปี 2016-2017 ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวที่ติดอันดับหนึ่งในร้อย หรือท้อป 100 มหาวิทยาลัยในทวีปเอเชีย 

แต่ไม่มีมหาวิทยาลัยไทยแม้แต่แห่งเดียวที่ติด 1 ใน 400 มหาวิทยาลัยระดับโลก
ปรากฏการณ์ไม่ติดอันดับเช่นนี้ทำให้วงการการศึกษาไทยถึงกับต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอย่างเร่งด่วน ว่าควรรื้อปรับระบบใหม่โดยตั้งกระทรวงมหาวิทยาลัยหรือกระทรวงอุดมศึกษาขึ้นมาบริหารการศึกษาระดับนี้โดยเฉพาะหรือยัง?



ถ้าหันไปมองอันดับของมหาวิทยาลัยในประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกาเพื่อดูว่าอันดับมหาวิทยาลัยของเขาเป็นอย่างไร ผมขอเรียนได้เลยว่า อันดับของเขาจะต้องโดดเด่นกว่าเราอย่างแน่นอน ท่านผู้อ่านลองตามไปดูการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในลิ้งค์ด้านล่างนี้ นะครับ

และเพื่อให้ท่านได้มีหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาการจัดอันดับของเขา ผมขอเพิ่มเติมข้อมูลให้อีกเพียงนิดเดียวเสียก่อนว่า ผู้จัดอันดับมหาวิทยาลัยตามบทความนี้เขาวัดขีดความสามารถ จาก ตัวชี้วัด (Indicators)  13 ตัว โดยตัวชี้วัดที่ว่านี้เกี่ยวกับเรื่องขีดความสามารถด้านต่างๆดังต่อไปนี้ครับ คือ

1.การจัดการเรียนการสอน (teaching administration), 
2.การวิจัย (research management), 
3.การถ่ายทอดความรู้ (knowledge transfer) and 
4.ภาพลักษณ์ด้านสากล (international outlook).
เชิญเอนจอย (enjoy) รายละเอียดดังกล่าวได้เลยครับ

https://www.facebook.com/wsj/posts/10155339484783128

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

ต่างชาติวิจารณ์การศึกษาไทย A Foreign View on Thailand EducationalAdministration

ผมชอบที่จีนวิจารณ์การศึกษาแบบตีแสกหน้าตรงๆครับ
ผมเจอรายงานข่าวการวิจารณ์นี้ในsocial media หลายรอบแล้ว
วันนี้จึงกลับมาพิจารณาเรื่องนี้อีกรอบ

จีน วิจารณ์การศึกษาของไทย  
จีนรักไทยจริงใจ...วิจารณ์การศึกษาของไทยแบบตรงๆ... อ่านแล้วเศร้าจัง ...

การศึกษาไทยในมุมมองของจีน ห่วยสุดๆ ตั้งแต่ระดับมัธยม จนถึงระดับ มหาวิทยาลัย 

1. สถานทูตจีน เขียนรายงาน (เป็นภาษาจีน) ระบุการศึกษาไทย เน้นแต่ด้าน ศิลป ศาสตร์ นิติฯ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การตลาด บริหารธุรกิจ ซึ่งจบมาแล้ว ไม่มีงานทำ ความรู้กระจอก สักแต่ให้มีใบปริญญา ไม่ได้สร้าง value-added ใดๆ นักวิทยาศาสตร์ การวิจัย แทบจะเป็นศูนย์ 

Guanmu อดีตเอกอัครราชทูตจีน บอกว่า 25 ปีที่ผ่านมา ไทยผลิตยาง ยังไง ก็ยังทำแบบนั้น ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม ทำเป็นยางรถยนต์ หรือสิ่งประดิษฐ์ อะไรเองไม่เป็น สร้างคิดอะไรไม่ได้ 

2. มหาวิทยาลัยไทย รวมไปถึง ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ กิจกรรมเน้นเต้น หลีด โชว์หล่อสวย แต่โง่ ไม่มีการฝึกงานอะไร ที่เป็นประโยชน์ เด็กขอเงินพ่อแม่ เที่ยวกลางคืนไปวันๆ โชว์วัตถุนิยม ว่ารถกูขับรถไร สังคมมันวัดกันแค่นี้ (เห็นมากับตา) พวกดีๆ ก็มี แต่มันน้อย เอาจริงๆนะ ผมว่ามีแค่10% ในขณะที่เด็กสหรัฐฯ พวก MIT Stanford หรือเด็กจีนชิงหัว ปิดเทอม พยายามหางานทำ ฝึกงาน UN World Bank JP Morgan หรือมาค่ายผู้ลี้ภัย ชาวโรฮิงญาในไทย 

3. จ่ายครบจบแน่ ปริญญาขยะ เต็มบ้าน คือ หางานไรทำไม่ได้ มีแต่อยากจะรวย "ผมจะทำธุรกิจ" คือมันคิดไรไม่ออก นอกจากขายของ นอกจากนี้ ยังมีทุจริต ผันงบกระทรวงศึกษาให้ทุนกู้ยืมเรียน มหาวิทยาลัยเอกชน ที่มีนักการเมืองเป็นเจ้าของ สุดท้ายก็หนี้สูญ เพราะเด็กบ้านนอก ได้มาเข้ากรุง สักว่า ได้ปริญญาประดับบ้าน แต่มันหางานทำไม่ได้ ปึหนี่งหมดเงิน ภาษีประเทศชาติ ไปหลายหมื่นล้าน เรื่องเลวๆนี้ ไม่เคยถูกตรวจสอบ 

4. ภาษาอังกฤษ ห่วยแตกขั้นเทพ จริงๆ อจ.จุฬาฯ ส่วนใหญ่ ก็ลอกบทความฝรั่ง มาแปลๆ ไม่มีความคิด อะไรที่ใหม่ หาน้อยคน ที่จบระดับโลก ไปดู CV เอาเอง จบมหาลัยห้องแถว B-class ทั้งนั้น งานวิจัยขยะ copy/paste เด็มไปหมด ครูมัธยม เอาแค่โรงเรียนในกรุงเทพฯ ผมเคยถูกเชิญไปพูด ยังออกเสียงสะกดศัพท์ไม่ถูกเลย จะสอนเด็กให้ถูกได้อย่างไร แล้วโรงเรียน ใน อ.ปัว จังหวัดน่าน มันจะห่วยแตก ขนาดไหน คิดดู

5.ความรู้ใหม่ๆ หรือเทคโน โลยี มันหมุนเวียน เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งคนไทยรู้แต่ ภาษาไทยตัวเอง ไม่มีความสามารถ แข่งขันอะไร ในระดับโลก โลกทรรศน์สุดจะแคบ สำนักข่าวไทย รายงานแต่เรื่องเส็งเคร็ง ไม่ได้สร้างสรรค์คุณค่า ความรู้อะไร คนนั้นท้องกับคนนี้ ไปทำงานมา หลายประเทศ เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ บอกได้เลย นักเรียนไทย โคตรจะขี้เกียจ ไม่รู้ปีหนึ่งๆ อ่านหนังสือกัน กี่เล่ม?... 

รัฐบาลไหนจะคิดแก้ไขบ้างหนอ ขี้เกียจ ปริญญา ชื้อหาได้ จบได้ กลายเป็นคนโง่ ขึ้นไปอีกคน เพราะมีใบประกาศ มีทิฏฐิเพิ่ม หมิ่นเงินน้อย  ทำอะไรไม่เป็น คิดสร้างสิ่งใหม่ๆ ไม่ได้ เบียดเบียดครอบครัวประเทศชาติ เป็นภาระ เป็นปัญหาสั่งคม ไร้คุณภาพอ้างตกงานที่แท้ขาดความรู้ความสามารถ ทุกอย่างชอบจะชื้อ จะกิน จะอยู่แบบสบาย ขาดการศึกษา กล่อมเกลาจิต ไม่มีความอดทด ต่อสู้ เป็นคนงอมืองอเท้าอาศัยผู้อื่น สมองคนอื่นไปๆวัน ๆ โตแบบแก่งแย่ง ชิงดีกัน ไม่มีทีมเวิร์ค เริ่มแต่แย่งสมบัติของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ต่อไปบ้านเมืองจะวุ่นวาย เพราะคนในชาติคิดสร้างไม่เป็น หมดสมบัติชาติ ผลาญหมด ผลาญทรัพยากร วัวควาย ไร่นา ป่าไม้ แร่ธาตุหมดแล้วจะกลับมาอยู่อย่างเดิมก็ไม่ได้ จบ ป.โท ป.เอก ทำไร่ทำนาไม่ได้ หากินเองไม่ได้  อนาคตเป็นทาสเขา เด็กขาดคุณภาพ ก็เป็นผู้ใหญ่ไร้คุณภาพ เป็นคนชราก็เป็นภาระประเทศชาติแน่นอน มีใบประกาศ ใบปริญญาแต่สังคมโลกไม่ยอมรับก็สูญเป่ลาต้องรีบแก้ไขเรื่องเหล่านี้ด่วน  เร่งพัฒนาสังคม

ความห่วยแตกของการบริหารการศึกษาไทยในสายตาของต่างชาติ ทั้ง 5 ข้อนี้ เป็นข้อกล่าวหาท่ีสาหัสอย่างยิ่ง อุกฉกรรจ์มาก  

ประการที่หนึ่ง 
เป็นการตีแสกหน้าว่าการกำหนดหลักสูตร โดยเฉพาะการเปิดสาขาวิชาที่จะดการเรียนการสอนส่วนใหญ่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองไทยนั่นเอง !!!

ประการที่สอง ก็เกี่ยวกับการบริหารและการพัฒนาหลักสูตรอีกเหมือนกัน เขาตีแสกหน้าอีกคำรบว่าไม่มีการฝึกงานที่สร้างสรรค์

ประการที่สาม เป็นเรื่องการประกันคุณภาพ การควบคุมคุณภาพ เรื่องนี้ สกอ. มีการออกประกาศและกำหนดแนวทางปฏิบัติเมื่อปี 2558 นี้เองครับ

ประการที่สี่ เรื่องภาษาอังกฤษ การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของเมืองไทยก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีฝรั่งมาสอนนะครับ เรามี AUA, British Council มีสถาบันจัดการสอบ IELTS,TOEFL,TOEIC แต่สถาบันเหล่านี้อาจจะมิได้มุ่งหมายที่จะทำการสอนเพื่อให้ลูกศิษย์นำเอาความรู้ ความสามารถไปใช้ในการทำงาน แต่สอนเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการเอาใบประกาศไปติดฝาผนังโชว์ เป็น อาการของ Diploma Desease ก็แค่นั้นเอง???

ประการที่ห้า ข้อนี้เขาวิจารณ์ระบบและโครงสร้างองค์กรของเราทุกระบบเลยครับ มิใช่ระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียว คือมันมีทั้งสื่อมวลชน สังคม เศรษฐกิจทุกอย่าง ครบเครื่องเลย ดังนั้น เพื่อทำความเข้าใจข้อห้านี้มากยิ่งขึ้น เห็นจะต้องฟังคำปราศัยของเด็กอนุบาลกาฬสินธุ์เสียแล้วนะครับ 
แต่ขอเตือนว่า สุนทรพจน์เด็กมันอาจทำให้ท่านสำลักได้ครับ???
อย่างไรก็ตาม ผมยังอุ่นใจ และดีใจอยู่บ้าง ที่ฝ่ายจัดทำรายการตามนี้ เขาถ่ายภาพ Video ให้เห็นท่าน ศธ. 3 นั่งอยู่เคียงข้างท่านนายกลุงตู่ 
โปรดช่วยกันดูนะครับ ว่าเขาตีเราตามความเป็นจริงหรือไม่ครับท่าน !!!



วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

การบริหารหลักสูตรของมหาวิทยาลัย




มหาวิทยาลัยบริหารหลักสูตรอย่างไร?

คำถามนี้ตอบอย่างกว้างๆได้ด้วยการอธิบายประกาศของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารหลักสูตร!

วันนี้ เพื่อที่จะทราบว่ามหาวิทยาลัยกาฬสินุธ์มีวิธีการบริหารหลักสูตรอย่างไร ผมจึงขอนำเสนอ ประกาศมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เริ่อง การบริหารหลักสูตร พ.ศ. 2560
ลงวันที่ 6 มกราคม 2560 มีรายละเอียดดังนี้ ครับ


การบริหารหลักสูตรตามประกาศนี้ ประกอบด้วยการจัดองค์กรและการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จัดองค์กรการบริหารหลักสูตร เป็นสอง ระดับ คือ 

1) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับปริญญาตรี และ 
2) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา

สำหรับหน้าที่ของคณะกรรมการการบริหารหลักสูตรนั้น มีสามด้าน คือ 
1) ด้านการบริหาร 
2) ด้านการพัฒนาหลักสูตร 
3) ด้านการจัดการเรียนการสอน


โดยประกาศฉบับนี้จำแนกรายละเอียดหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับปริญาตรี เป็น 7 ประการ 
ส่วนคณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา มีหน้าที่ 13 ประการ

รายละเอียดปรากฏตามลิงคฺ์ต่อไปนี้ครับ



จากที่ผมกล่าวมานี้ ประกอบกับหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติอีกสามประการ ได้แก่
1) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 
เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2558 
2) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2558 และ
3) แนวทางการบริหารเกณฑ์ทาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2558

จะเห็นได้ว่าการบริหารหลักสูตรจะต้องอาศัยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขับเคลื่อนหลักสูตรหลายประการมาก ดังได้นำเสนอมานี้

ข้อห่วงใยของผมเกี่ยวกับการบริหารหลักสูตรจึงได้แก่ประสิทธิภาพการขับเคลื่อนหลักสูตรในระดับคณะต่างๆครับ 
ผมมีความคิดเห็นว่าบรรดาอาจารย์ที่เป็นกรรมการบริหารหลักสูตรจะต้องมีความรอบรู้ ริเริ่ม รวดเร็ว และลงมือให้ทันต่อความเปลียนแปลงของวงวิชาการด้วย

สวัสดีครับ!!!



วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2560

การส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยประสบความสำเร็จดียิ่ง

น่าอัศจรรย์ใจมากหรือไม่ครับ?
ที่ปีนี้ประเทศไทยมีข่าวดีอย่างยิ่งเกี่ยวกับความสำเร็จในการส่งเสริมการท่องเที่ยวหลายข่าวมาก!!!

ผมกล่าวถึงเรื่อต่อไปนี้ครับ

อย่างแรก
ข่าวที่ประกาศวาสกรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวมากที่สุดในโลกเหนือกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เฉือนเมืองดังๆในโลกจำนวนมาก
ดูเว็ปไซต์ของนิตยสาร Forbes ดังต่อไปนี้ครับ

อย่างที่สอง
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีดัชนีความทุกข์ยากต่ำที่สุดในโลก ดูได้จากรายละเอียดต่อไปนี้ครับ

ที่สำคัญที่สุด 
ปีนี้มีผู้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการว่า
ไม่มีอะไรที่สวยกว่าผู้หญิงไทยแท้บนโลก
ภาพนี้ยืนยันได้ครับ!!!


ต้องขอบคุณท่านทึ่รับผิดชอบเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยและพี่น้องชาวไทยทุกคนเป็นอย่างยิ่ง
สวัสดีครับ
ขอบคุณครับ
Khob Khun Krab!!!